การเปรียบเทียบประสิทธิภาพของการใช้สารอินทรีย์ชีวภาพต่อการเจริญเติบโต และคุณภาพของผลผลิตมะเขือเทศสีดาลูกผสม เพชรชมพู F1

การเปรียบเทียบประสิทธิภาพของการใช้สารอินทรีย์ชีวภาพต่อการเจริญเติบโต และคุณภาพของผลผลิตมะเขือเทศสีดาลูกผสม เพชรชมพู F1

Comparison of Biological Materials Efficiency on Growth and Quality of Tomato (Solanum lycopersicum L. var. Seeda ‘phedchompoo F1’

บทความวิจัย

โดย นงลักษณ์ พยัคฆศิรินาวิน , สุจิตรา สืบนุการณ์ , ประภัสสร สมบัติศรี , จิรพงษ์ หงส์คำ และสมศักดิ์ ชอบด

ผู้แต่งร่วม

ดาวน์โหลด

บทคัดย่อ

การเปรียบเทียบประสิทธิภาพของการใช้สารอินทรีย์ชีวภาพต่อการเจริญเติบโตและคุณภาพ ของผลผลิตมะเขือเทศสีดาลูกผสม เพชรชมพู F1 ได้แบ่งออกเป็น 2 การทดลอง โดยผลการทดลองที่ 1 พบว่า กลุ่มทดลองที่ 2 การใช้ปุ๋ยหมักโบกาฉิ มีแนวโน้มให้ความสูงเฉลี่ยของต้น จำนวนผลผลิตเฉลี่ย ต่อต้น ขนาดผลเฉลี่ย ผลเกรด C น้ำหนักเฉลี่ยของผล และความแน่นเนื้อเฉลี่ยของผลมากที่สุด และมีความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ อย่างไรก็ตามปุ๋ยอินทรีย์ชนิดต่าง ๆ สามารถใช้ทดแทนปุ๋ยเคมีได้ เพราะเมื่อเปรียบเทียบกับการใช้ปุ๋ยเคมีพบว่า ผลผลิตส่วนมากอยู่ในเกรด D และผลการทดลองที่ 2 พบว่า การใช้ไคโตซานมีประสิทธิภาพมากที่สุด เนื่องจากมีแนวโน้มให้ความสูงเฉลี่ยของต้นมะเขือเทศสูงที่สุด มีน้ำหนักผล ขนาดของผล และความแน่นเนื้อเฉลี่ยของผลมากที่สุด นอกจากนี้ผลผลิตส่วนมากอยู่ในเกรด B เมื่อเปรียบเทียบกับการใช้น้ำหมักผลไม้ พบว่ามีความสูงเฉลี่ยของต้น น้ำหนักผล ขนาดของผล และความแน่นเนื้อเฉลี่ยปานกลาง แต่มีจำนวนผลผลิตรวมเฉลี่ยมากที่สุด ส่วนค่าสีผิว (L* และ b*) และปริมาณของแข็งทั้งหมดที่ละลายน้ำได้ (% TSS) ทุกกลุ่มทดลองไม่มีค่าแตกต่างกันทางสถิติ ยกเว้นค่าสีผิว (a*) พบว่าการใช้สปีดเวย์และชุดควบคุม ผลิตผลจะมีสีแดงเข้มและมีค่ามากกว่ากลุ่มทดลองอื่น ๆ และเมื่อเปรียบเทียบกับการไม่ฉีดสารอินทรีย์ชีวภาพ พบว่า ทุกกลุ่มทดลองที่มีการฉีดสารอินทรีย์ชีวภาพ ให้ผลดีกว่าในการผลิตมะเขือเทศพันธุ์สีดาเพชรชมพู F1

Abstract

This study compared the efficiency of different biological materials on growth and productivity of tomato (Solanum lycopersicum L. var.Seeda ‘phedchompoo F1’). It is divided into 2 parts. It is shown in the first part that treatment 2, Bogashi fertilizer tended to improve height, average fruit per plant, average fruit size, grade “C” fruit, and fruit meat density. The statistical analysis also showed significant different. However, it was able to replace chemical fertilizer due to moderate effect on height, average fruit per plant, average fruit size, with most fruits were in grade “C”. Due to high numbers of grade “D” fruits found in chemical fertilizer. The second part of the experiment found that chitosan was most effective due to the tendency to improve height, and showed highest average fruit size, fruit weight, and fruit meat density. Also, it was found that most fruits were in grade “B” when it was compared to that of fruit bio-extract. The overall results for fruit bio-extract were moderate except the average fruit number was the highest. The statistical analysis for the skin color scores (L* and b*) and %TSS was found no significant different except in speedway and control. The fruit showed more redness (a*) than in other treatments, and most when compare to that treatment without biological materials. It is concluded that the better result was found in every treatment with biological materials in tomato fruit var. Seeda ‘phedchompoo F1’.

วารสารปีที่ 14 ฉบับที่ 1
บทความที่ตีพิมพ์แล้ว

26

ตีพิมพ์ล่าสุด

ปีที่ 15 ฉบับที่ 2

Login